ข้อมูล/กิจกรรมของเรา

การประกันคุณภาพการศึกษา
· ข้อมูลเบื้องต้น QA
· QA ประจำปี 2552
· QA ประจำปี 2551
· QA ประจำปี 2550
· คู่มือ QA ปี 2555
· งานประกันคุณภาพ คณะแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร
เรื่องน่ารู้
· 7 ความเข้าใจผิดที่แม้แต่หมอก็ยังเชื่อ
· แท้งคุกคาม Recurrent Abortion
· โรคเข่าเสื่อม
· ไข้หวัดนก
· มะเร็งเต้านม (Breast Cancer)
· อนุมูลอิสระจากการออกกำลังกาย
· เรื่องน่ารู้ ต้อกระจก ( Cataract )
· การติดเชื้อ Streptococcus pneumoniae ที่ดื้อต่อยา
· เรื่องน่ารู้ ทฤษฎี(ไม่)ใหม่ "ยิ่งกินเยอะ น้ำหนักยิ่งลด"
· เรื่องน่ารู้ โรคฉี่หนู
· เรื่องน่ารู้ มะเร็งชอบคนแบบไหน ? ? ?
· แฝดสยาม (Conjoined Twins)
โครงสร้างบุคลากร
· อาจารย์แพทย์
· บุคลากรศูนย์แพทย์ฯ
· บัณฑิตแพทย์รุ่นที่ 1
· บัณฑิตแพทย์รุ่นที่ 2
· บัณฑิตแพทย์รุ่นที่ 3
· บัณฑิตแพทย์รุ่นที่ 4
· บัณฑิตแพทย์รุ่นที่ 5
· บัณฑิตแพทย์รุ่นที่ 6
· บัณฑิตแพทย์รุ่นที่ 7
· บัณฑิตแพทย์รุ่นที่ 8
· รายชื่อนิสิตปี 6
· รายชื่อนิสิตปี 5
· รายชื่อนิสิตปี 4
ผังเว็บทันใจ
เพิ่มใน Favourites!
เมล์ด่วนสายตรง
ดาวน์โหลดโปรแกรม
สาระที่น่าสนใจ
สารบัญเว็บ
ส่งต่อให้เพื่อน
สำหรับสมาชิก
(สมัครสมาชิก)
เรื่องน่าอ่าน
ค้นหาในเว็บ
ลิ้งทั่วไป
๏ ลิงค์ที่น่าสนใจ ๏
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
มติชน
ข่าวสด
คมชัดลึก
ประชาชาติธุรกิจ
ฐานเศรษฐกิจ
เส้นทางเศรษฐกิจ
Bangkok Post
แนวหน้า
สยามรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
เนชั่นแชนแนล
สยามธุรกิจ
กระแสหุ้น
เสรีรายวัน
บ้านเมือง
เทเลคอม เจอร์นัล
Mission Thailand
BusinessThai
เนชั่นสุดสัปดาห์
ผู้จัดการรายเดือน
มติชนสุดสัปดาห์
แฝดสยาม (Conjoined Twins)
รายแรกของจังหวัดตาก



ข่าวใหญ่ในช่วงนี้ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ได้ออกข่าวแฝดสยามคู่แรกของจังหวัดตากและภาคเหนือ   โดยในวันที่ 24 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา พญ.วิภา ศันติวิชยะ สูติแพทย์ รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทำการผ่าตัดแฝดสยามคู่แรกของจังหวัดตากและรายแรกๆของภาคเหนือ เป็นทารกเพศชายทั้งคู่ น้ำหนักรวมกัน 4630 กรัม แข็งแรงสมบูรณ์ดี คะแนน APGAR score  5, 8, 10 ทารกทั้งสองมีการติดกันของอวัยวะตั้งแต่ช่วงหน้าอกถึงท้อง จากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบว่าทารกทั้งสอง มีหัวใจและตับเชื่อมติดกัน ทารกทั้งสองสามารถหายใจเองได้โดยการให้กล่องออกซิเจน (Oxygen block) จะมีอาการเขียวซึ่งเป็นอาการของการขาดออกซิเจนเล็กน้อยเมื่อเด็กดิ้นหรือร้องให้เนื่องจากต้องใช้หัวใจและตับร่วมกัน สำหรับพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคือนายศิวกร ภูกันหา อายุ 31 ปี และนางอนัสรา ภูกันหา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 ม. 9 บ.เด่นไม้ซุง ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก จ.ตาก
นพ.ศุภชัย  นาทองไชย ผอ.ศูนย์แพทย์ศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กล่าวว่า ด.ช.อธิป และ ด.ช.อธิน แฝดสยามรายนี้แรกเกิดมีน้ำหนัก 4,630 กรัม ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและอยู่ในตู้อบ เพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกายและยังมีปัญหาระบบหายใจ เนื่องจากเด็กทั้งสองใช้หัวใจ และตับ ร่วมกัน และยังพบว่ามีสายสะดือเดียวกัน แสดงให้เห็นว่า เป็นเส้นเลือดที่มาจากหัวใจเดียวกัน ไม่เหมือนแฝดปกติทั่วไป  มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากเพียง 1 ต่อ 50,000 - 80,000 รายเท่านั้น


 ฝาแฝดติดกัน (Conjoined twins) คือ แฝดผู้มีร่างกายติดกันมาแต่กำเนิด เกิดขึ้นเมื่อ ไซโกท พยายามแบ่งตัวเป็นแฝด แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ฝาแฝดติดกัน มีโอกาสในการเกิดจาก 1 ต่อ 50,000 ถึง 1 ต่อ 200,000 คน ซึ่งฝาแฝดตัวติดกันมีโอกาสมีชีวิตรอดน้อยมาก โดยประมาณร้อยละ 5 ถึง 25 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง (ประมาณร้อยละ 70 - 75)

แฝดสยามยังแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ 1.อวัยวะเชื่อมติดกันบริเวณส่วนกลางร่างกาย คือ อกและท้อง 2.อวัยวะเชื่อมติดกันบริเวณเชิงกราน 3.อวัยวะเชื่อมต่อด้วยส่วนล่างของร่างกาย เช่น ก้นกบ สะโพก และ 4.อวัยวะเชื่อมติดกันบริเวณส่วนบนของร่างกาย เช่น ศีรษะ โดยแฝดชนิดที่ 1 พบมากที่สุด ส่วนชนิดที่ 4 พบน้อยที่สุด และแฝดชนิดที่ 2 และ 4 ผ่าตัดยากที่สุด
ฝาแฝดตัวติดกัน ที่มีชื่อเสียงรู้จักที่สุด คือ อิน และ จัน บุนเกอร์ ฝาแฝดชาวจีน ที่เกิดในประเทศไทย ซึ่งได้เดินทางไปแสดงโชว์ที่ บอสตัน, สหรัฐอเมริกา เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "แฝดสยาม" (Siamese Twins) โดยมีที่มาจากฝาแฝดไทยผู้เกิดในสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งมีชื่อว่าอินและจัน

ฝาแฝดอิน - จัน เป็นฝาแฝดคนไทยที่ตัวติดกันคู่แรก ที่ชาวโลกรู้จักเกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2354 ที่บ้านริมน้ำปากคลองแม่กลอง ต. แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม บิดาชื่อ นายทีอาย เป็นชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ มารดาชื่อ นางนก มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันรวม 9 คน

        แรกเกิด อิน-จัน จะมีร่างกายสมประกอบทุกอย่าง แต่ที่หน้าอกจะติดกัน มีสะดือเดียว ตอนแรกเกิดร่างทั้งสองสลับหัวกัน มารดาของเขาจึงจับหมุนให้หันหัวเท้าอยู่ในทิศทางเดียวกัน อินจะเป็นคนค่อนข้างเงียบ ใจเย็น เจ้าความคิด ส่วนจันใจร้อน เจ้าอารมณ์ ฉุนเฉียว ในวัยเด็กอายุได้ 8 ขวบ พ่อของอินจันเสียชีวิต อิน-จันจึงต้องมีหน้าที่ช่วยงานแม่ เลี้ยงเป็ดขายไข่

        ปี พ.ศ. 2372 อิน-จัน มีอายุได้ประมาณ 18 ปี กัปตันคอฟฟิน และนายโรเบิร์ต ฮันเดอร์ เจ้าของเมืองมหรสพ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ได้ขอตัวแฝดอิน-จัน จากแม่ของเขาเพื่อนำไปแสดงโชว์ที่ โรงมหรสพของเขา โดยอ้างกับมารดาของอิน-จันว่า เพื่อแนะนำให้ชาวโลกได้รู้จัก ซึ่งแม่ของแฝดอิน-จันตกลงและได้รับเงินจำนวน 1,600 บาท เป็นค่าตอบแทน แฝดอิน-จัน ถูกนำไปเปิดการแสดงโชว์ตัวตามประเทศต่าง ๆ ซึ่งทำรายได้ให้แก่กัปตันคอฟฟิน และนายโรเบิร์ต ฮันเดอร์ เป็นอย่างมากเมื่อแฝดอิน-จัน ไปแสดงที่ใดก็จะได้รับความสนใจอย่างมาก

        ต่อมาในปี พ.ศ. 2375 เขาทั้งสองได้แยกตัวออกจากคณะมหรสพโดยเปิดการแสดงอย่างอิสระ ทำให้รายได้เพิ่มมากขึ้นจนมีฐานะร่ำรวย สามารถซื้อที่ดินทำนาทำไร่ ปลูกบ้านเป็นของตัวเองบนเนื้อที่ 150 เอเคอร์ ที่เมืองแทรปอินส์ และเขาได้ใช้นามสกุลว่า บังเกอร์ ของเฟรดและวิลเลี่ยม บังเกอร์ ซึ่งทั้งสองได้ให้ความนับถือ ต่อมาเขาได้หยุดการแสดงโชว์ และหันไปทำไร่ยาสูบจนประสบความสำเร็จ มีฐานะร่ำรวยขึ้น อายุได้ 31 ปี อิน-จัน ได้พบรักและ แต่งงานกับสองสาวคือ อิน บังเกอร์ กับมิสซาร่าเยสท์ อายุ 20 ปี ส่วนจัน บังเกอร์ กับมิสอาดิเลดเยสท์ อายุ 19 ปี โดยทั้งสองคู่ได้ทำพิธีแต่งงานที่โบสถ์เมธอดิสท์ ในวันที่ 13 เมษายน 2386 หลังจากแต่งงานทั้งคู่ได้มีบุตรคนแรกในเวลาไล่เลี่ยกัน อินมีบุตรสาวคนแรกคือ แคธเธอรีน เกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2387 จันก็มีบุตรสาวคนแรกคือ โจเซฟฟิน เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2387 ในปี 2387 อิน-จัน สร้างบ้านให้ภรรยาแยกกันอยู่คนละหลัง ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร และต้องผลัดไปอยู่บ้านแต่ละคน คราวละ 3 วัน ทั้งคู่มีลูกชาย - หญิง รวมกัน 21 คน

        ปีพ.ศ. 2414 อิน-จัน มีอายุได้ 60 ปี จึงหยุดการแสดงโชว์ อินและจันเกิดป่วยเป็นอัมพาตซีกขวา อินทั้งดื่มสุราจัดด้วย จึงทำให้สุขภาพของจันเสื่อมโทรมลงไปด้วย แพทย์ตรวจพบว่าจันป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบ มีอาการรุนแรงและทรุดลงเรื่อย ๆ แต่เพราะข้อตกลงที่ทั้งสองมีต่อกัน ในการที่จะต้องไปอยู่บ้านภรรยาของแต่ละฝ่าย 3 วัน อิน-จัน นั่งรถม้าไม่มีประทุน เดินทางไปในขณะที่อากาศหนาวเย็นมาก จนทำให้จันมีอาการปอดบวมและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ในวันที่ 17 มกราคม 2414 และอีก 2 ชั่วโมง ต่อมาอินก็เสียชีวิตตามจันไป 
 ส่วนอิน-จันนั้นถือกำเนิดใน ค.ศ. 1811 (พ.ศ.2354) ทั้งสองเคยคิดที่จะผ่าตัดแยกร่างจากกันหลายครั้ง แต่แพทย์เกรงว่าจะเป็นอันตรายจึงไม่ยอมทำให้ ศัลยแพทย์ที่กรุงลอนดอนเคยทดลองรัดท่อนเนื้อที่เชื่อมส่วนอกของทั้งคู่จนแน่น เพื่อป้องกันการไหลเวียนของโลหิต ปรากฏว่าเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น แฝดคนหนึ่งถึงกับเป็นลมหมดสติ ส่วนอีกคนก็ทำท่าจะเป็นแบบเดียวกัน ซึ่งนั่นก็แสดงว่าถ้ามีการผ่าตัดอาจทำให้คนใดคนหนึ่งหรือทั้งคู่ถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอน

        อิน-จัน นั้นมีความรู้สึกทางกายเชื่อมโยงกันอยู่หลายอย่าง เช่น ถ้าทั้งคู่นอนหลับแล้วเราปลุกคนหนึ่ง อีกคนก็จะตื่นด้วย เพราะความรู้สึกถ่ายทอดถึงกัน แต่ไม่ใช่ความรู้สึกเดียวกัน ถ้าจักจี้ให้คนหนึ่งหัวเราะ อีกคนจะรู้สึกว่าแฝดของตนโดนจักจี้ แต่ไม่ได้รู้สึกจักจี้จนต้องหัวเราะ ที่น่าแปลกก็คือ ถ้าคนหนึ่งกินเหล้าอีกคนกลับไม่เมา ทั้งๆที่มีเส้นเลือดเชื่อมโยงกันอยู่ ส่วนเรื่องจิตใจนั้นยิ่งแตกต่าง อิน-จันชอบอะไรไม่เหมือนกัน เช่น จันชอบอาหารรสจัดและติดเหล้า ส่วนอินเป็นมังสวิรัติ ไม่ดื่มเหล้า แต่ติดไพ่ ถ้าคนหนึ่งฝันร้าย อีกคนก็อาจจะไม่ฝันอะไรเลย

        อินและจันเสียชีวิตตอนอายุ 63 จันจากไปก่อนด้วยอาการหัวใจวาย อินบอกว่า อีกเดี๋ยว ฉันก็จะไปด้วย แล้วอีกสองชั่วโมงครึ่งอินก็เป็นเช่นนั้น

        ในปี 1874 หลังจากอิน-จันเสียชีวิตเพียงปีเดียว ที่อิตาลีก็มีแฝดสยามถือกำเนิดมาอีกคู่หนึ่ง จิโอวานนี่ และจิอาโคโม่ ทอซคี่ มีตัวติดกันตั้งแต่ซี่โครงซี่ที่ 6 ลงมา มีขาแค่คู่เดียว มีหัวใจ กระเพาะ และปอดที่แยกกัน แม้จะมีอวัยวะร่วมกันมากขนาดนี้ แต่การควบคุมจากสมองก็ยังทำงานแยกจากกันโดยสิ้นเชิง ขนาดที่ว่าขณะที่คนหนึ่งกินข้าวอีกคนก็นอนหลับได้ ผลจากการที่สมองแยกกันทำให้พี่น้องทอซคี่เดินไม่สะดวก เพราะแต่ละคนควบคุมขาได้แค่คนละข้าง

        แมรี่ และอีไลซ่า ชัคเฮิร์ส ซึ่งเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1100 ที่เมืองเคนท์ ประเทศอังกฤษ ทั้งคู่มีส่วนสะโพกและหัวไหล่ติดกัน เมื่ออายุได้ 34 ปี คนหนึ่งเสียชีวิต ชั่วโมงต่อมาอีกคนก็สิ้นใจ

        สองสาวฮังกาเรียน เฮเลน และ จูดิธ เกิดเมื่อ ค.ศ. 1701 โดยมีส่วนก้นเชื่อมติดกัน ในช่วงวัยรุ่นทั้งคู่ทุ่มเทให้กับการเล่นดนตรี และได้เปิดการแสดงไปทั่วยุโรป ในบั้นปลายชีวิตทั้งสองได้ตัดสินใจบวชเป็นชี จูดิธนั้นเสียชีวิตไปก่อน ส่วนเฮเลนก็ตายตามไปในอีก 2-3 ชั่วโมงต่อมา

        แฝดสยามที่มีชีวิตอยู่ร่วมกันนานที่สุดเป็นคนจีน คือ ลิว เซ็ง เซ็น และลิว ทัง เซ็น ทั้งคู่ ได้เข้าร่วมคณะละครสัตว์และทัวร์แสดงในหลายประเทศทั่วโลก แฝดสองคนนี้จะหลับพร้อมกันเสมอ และถ้าคนใดคนหนึ่งดวดเหล้าเข้าไปอีกคนก็จะเมาแอ๋ตามไปด้วย โดยไม่ต้องลิ้มรสเลยสักหยด ทั้งสองจากไปด้วยวัย 71

        แค่เมาตามกันยังนับว่าธรรมดา เมื่อเทียบกับแฝดสยามที่ต้องติดคุกติดตะรางตามกันไปโดยไม่มี ความผิดอย่างแฝดชาวฟิลิปปินส์ ซิมปริซิโอ กับลูซิโอ กัวดิน่า มีอยู่วันหนึ่งลูซิโอขับรถชนคนได้รับบาดเจ็บ จึงต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 5 วัน แต่เขาก็โชคดีที่ไม่ต้องเหงาอยู่ในตะรางคนเดียว เพราะมีซิมปริซิโอผู้บริสุทธิ์เคราะห์ร้ายติดเป็นเพื่อน

        ความพยายามในการผ่าตัดแยกแฝดสยามออกจากกันนั้นมีมาตลอด เมื่อการแพทย์เจริญขึ้น ความสำเร็จก็มากขึ้น เว้นแต่ในรายที่มีอวัยวะสำคัญติดกัน คู่แฝดสยามที่ทั่วโลกจับตามองและลุ้นให้ทั้งสองผ่าตัดแยกกันสำเร็จ ก็คือ ลาเด็น และลาเล่ห์ ไบจานี นักกฎหมายชาวอิหร่าน ที่มีส่วนสมองเชื่อมติดกัน การผ่าตัดมาราธอนครั้งนี้ ระดมแพทย์มาถึง 28 คน กับผู้ช่วยอีก 100 คน ใช้เวลาผ่าตัดนานถึง 53 ชั่วโมง แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็ไม่รอด ลาเด็นเสียชีวิตไปก่อน ลาเล่ห์สิ้นลมตามไปในอีก 90 นาทีต่อมา ด้วยวัยเพียง 29 ปี

        การผ่าตัดที่สำเร็จได้ด้วยดีทั้งๆที่ยากแสนยากก็มีเหมือนกัน เมื่อเดือนธันวาปีที่แล้ว ศัลยแพทย์ อับดุลเลาะห์ อัลรอบีอะห์ แห่งซาอุดีอาระเบีย ผ่าตัดแยกซาราห์-ฟาติมาห์ ไฮดาร์ หนูน้อยชาวอิรักวัย 11 เดือน ซึ่งมีตับ ลำไส้ใหญ่ ระบบขับถ่ายและระบบสืบพันธุ์ร่วมกัน อีกทั้งยังมีหน้าอก ช่องท้อง และกระดูกเชิงกรานติดกันได้สำเร็จ
แม้ว่าการผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่แฝดสยามบางคู่อย่างมาช่า-ดาช่า กริโวโยโปว่า กลับยืนกรานที่จะอยู่ด้วยกันจนวันสุดท้าย หมอหลายต่อหลายคนได้เสนอให้ผ่าตัด แต่ทั้งคู่ก็ปฏิเสธ จนเมื่อปี 2003 ดาช่าเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลว แต่มาช่าก็ยังคงปฏิเสธที่จะผ่าแยก 17 ชั่วโมงต่อมาเธอจึงกินยาตาย

        ความรักความผูกพันของแฝดสยามนั้นช่างยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยาย หากคนหนึ่งตายไป คนที่เหลือจะเป็นอย่างไร ความตายจะทำให้สายใยสัมพันธ์แห่งจิตวิญญาณของทั้งสองสูญสิ้นไปหรือไม่ อย่างเช่นคู่ของนาเดีย และจูราซี่ ตอนอายุ 17 นาเดียป่วยหนักอาการโคม่า พ่อบุญธรรมของทั้งสองขอร้องให้ผ่าตัดแยก แต่จูราซี่ไม่ยอมแม้ว่าจะต้องตายก็ตามที เมื่อนาเดียเสียชีวิต จูราซี่รู้ดีว่าเวลาของเธอมาถึงแล้ว เธอยิ้มรับความตายโดยไม่หวาดหวั่น เพียง 10 นาทีเท่านั้น เธอก็ตามนาเดียไป


ความสำเร็จในการผ่าแยกในประเทศไทย
แฝดสยามในประเทศไทยที่เข้ารับการผ่าตัดแยกร่าง ตั้งแต่ปี 2496-2525 มีแฝดสยามที่เข้ารับการผ่าตัดแยกร่างในประเทศไทย 10 ราย และส่งไปผ่าตัดแยกร่างในต่างประเทศอีก 1 ราย สถิติการผ่าตัดจากสถาบันเด็กสุขภาพเด็กฯ ตั้งแต่ปี 2499-2542 มี 11 คู่ ซึ่งรอดชีวิตทั้งคู่ 6 ราย รอดชีวิตเพียงคนเดียว 4 ราย และเสียชีวิตทั้งคู่อีก 1 ราย นอกจากนี้ ยังมีเคสผ่าตัดแฝดสยามตามโรงเรียนแพทย์ต่างๆ รวมกันไม่ต่ำว่า 10 ราย
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 คณะแพทยศาสตร์ศิริราช ได้ทำการผ่าตัดแฝดสยาม ปานตะวัน-ปานวาด วัย 8 เดือน เป็นผลสำเร็จ โดยสามารถแยกทั้งร่างกาย หัว ใจ ตับ ไต ด้วยความปลอดภัย สำเร็จครั้งแรกของโลก








ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

สงวนลิขสิทธิ์โดย © ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช All Right Reserved.

[ ย้อนกลับ ]